ประวัติหน่วยงาน

ท่าแซะเป็นเมืองหน้าด่านของเมืองชุมพร จึงเป็นสมรภูมิรับศึกจากพม่าที่เข้ามาตีเมืองชุมพรทุก ๆ ครั้งท่าแซะปรากฏตามตำนานของชาวกรุงเก่าตามพงศาวดารกรุงเก่าฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติว่า “ เมื่อท่าแซะเป็นเมืองขึ้นต่อกรุงศรีอยุธยา มีฐานะป็นเมืองจัตวา” ขึ้นกับเมืองชุมพร ซึ่งเป็นเมืองตรี ผู้ปกครองท่าแซะมีบรรดาศักดิ์ว่า “พระเทพไชยบุรินทร์” เรียงตามลำดับ คือ พระเทพไชยบุรินทร์ (บุญช่อ) สร้างบ้านเรือนและที่ทำการ ( หลา ) อยู่บริเวณริมคลองวัดนาสร้าง เมื่อพระเทพไชยบุรินทร์บุญช่อ ถึงแก่กรรม พระเทพไชยบุรินทร์ ( เผือก ) เป็นผู้ว่าการเมืองท่าแซะ อยู่ไม่นานก็ล้มป่วยไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ทางราชการจึงได้แต่งตั้งนายขุนทอง บุตรคนที่ ๓ ของพระเทพไชยบุรินทร์( บุญช่อ )เป็นผู้ว่าต่อจนถึงแก่กรรม บุตรคนที่ ๑ ของพระเทพไชยบุรินทร์ ( ขุนทอง ) ได้เป็นผู้ว่าราชการเมือง ชื่อ พระเทพไชยบุรินทร์ ( ยง )

เมื่อพระเทพไชยบุรินทร์ ( ยง ) ถึงแก่กรรม พระเทพไชยบุรินทร์ ( บัว ) เป็นผู้ว่าคนต่อมา จนถึงแก่กรรม พระเทพไชยบุรินทร์ ( คล้าย ฐิตะฐาน ) เป็นผู้ว่าคนสุดท้าย

เมืองท่าแซะ ตั้งขึ้นเมื่อใดไม่ปรากฏหลักฐานแน่นอน ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๓๔ ( ร.ศ. ๑๑๕ ) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ โปรดให้จัดการท้องที่เป็นมณฑลเทศาภิบาลขึ้นให้ลดฐานะเมืองท่าแซะ เมืองปะทิว เมืองกำเนิดนพคุณ เป็นอำเภอขึ้นตรงต่อมณฑลชุมพร และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้ พระเทพไชยบุรินทร์ ( คล้าย ฐิตะฐาน ) ดำรงตำแหน่งกรมการอำเภอ ( นายอำเภอ ) คนแรก ขณะนั้นที่ว่าการอำเภอท่าแซะตั้งอยู่ระหว่างวัดแหลมยางกับวัดยางฆ้อ ในปีพ.ศ. ๒๔๖๒ กระทรวงมหาดไทยออกประกาศแจ้งความลงวันที่ ๑๙ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๖๒ ให้ยุบอำเภอท่าแซะเป็นกิ่งอำเภอท่าแซะ และโอนการปกครองขึ้นกับอำเภอปะทิว ในปี พ.ศ.๒๔๖๔ ได้ย้ายที่ว่าการกิ่งอำเภอจากบ้านแหลมยาง มาที่บ้านโตนดการ้องในปัจจุบัน และได้ยกฐานะเป็นอำเภอท่าแซะ เมื่อวันที่ ๘ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๘๓ จนถึงปัจจุบัน